วันศุกร์ที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๑๕ น. พระสิทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๓๒ เป็นประธานอบวุฒิบัตรหลักสูตรอบรมวิปัสสนากรรมฐานและเอกสารแสดงผลการเรียนหรือทรานสคริป แก่พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๓๒ ณ ห้องประชุมเธียเตอร์ โซนบี อาคารเรียนรวม มจร พระนครศรีอยุธยา
โอกาสนี้ คณะลูกศิษย์พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๓๒ ได้กระทำสามีจิกรรมขอขมา พระสิทธิวัชรบัณฑิต และ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ จากนั้น พระสิทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๓๒ ได้กล่าวให้โอวาทธรรม เรื่อง“ เว้นสิ่งที่ควรเว้น ปฏิบัติสิ่งที่ควรปฏิบัติ ฝึกหัดพัฒนาตนให้เจริญด้วยศีล สมาธิ และ ปัญญา ยังประโยชน์สุขและความดีงามให้เกิดขึ้นแก่ชาวโลก“
ต่อมา พระสิทธิวัชรบัณฑิต ได้อธิษฐานจิตอำนวยพรลูกศิษย์พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๓๒ ให้ประสพสุขสวัสดี แคล้วคลาดปลอดภัย เจริญรุ่งเรืองด้วยจตุรพิธพรชัยมงคลในร่มธรรมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสืบไป
พระสิทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ประธานคณะกรรมการประจำวิทยาลัยพระธรรมทูต มจร และ พระครูสุตรัตนบัณฑิต ผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต เลขานุการคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ วิทยาลัยพระธรรมทูต ศูนย์อาเซียนศึกษา ศูนย์อินเดียศึกษาและกองวิเทศสัมพันธ์ รับสนองกิจการงานมหาวิทยาลัยและรับใช้กิจการงานคณะสงฆ์ โดยการรับผิดชอบดำเนินงานโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ ๗ มีนาคม – วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๙
การดำเนินงานโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ประกอบด้วย ๓ ภาค กล่าวคือ ภาควิปัสสนากรรมฐาน ภาควิชาการ และภาคปฏิบัติการ โดยหลักสูตรการอบรมเน้น ๒ ภาษา ภาคภาษาไทยและภาคภาษาอังกฤษ มีวิทยากรให้การอบรมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ อาทิ อดีตนายกรัฐมนตรีศรีลังกา เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตภูฏานประจำประเทศไทย และเอกอัครราชทูตคาซัคสถานประจำประเทศไทย
โอกาสนี้ His Eminence Vairochana Rinpoche แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จเข้ารับการอบรมเป็นพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ ๓๒ นับเป็นเกียรติและเป็นสิริมงคลยิ่งต่อโครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ มจร ฯ





