พระมหาวิทยา อภิชฺชโว (ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม ออสเตรีย พร้อมด้วย พระครูปลัดพิชิตชัย ญาณวีโร นอร์เวย์ นำกระบวนการกลุ่ม “ธรรมะสร้างสุขในการทำงาน” ประยุกต์พุทธธรรมขับเคลื่อนองค์กร หนุนคนไทยปรับตัวในสังคมต่างวัฒนธรรม

วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๕.๔๕ น. พระมหาวิทยา อภิชฺชโว (ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม เมืองกราซ ประเทศออสเตรีย พร้อมด้วย พระครูปลัดพิชิตชัย ญาณวีโร เลขานุการประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และหัวหน้าศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมไทย วัดไทยนอร์เวย์ ร่วมเป็นวิทยากรกระบวนกร นำผู้เข้าร่วมอบรมร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง ถอดบทเรียน และออกแบบแนวทางการประยุกต์ใช้ศาสนธรรมในการทำงานและการบริหารจัดการองค์กร

ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า การทำงานในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในบริบทของต่างแดนที่ต้องเกี่ยวโยงกับผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม จำเป็นต้องอาศัยการปรับตัวและสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจอย่างมาก การประชุมกลุ่มย่อยในหัวข้อ “ธรรมะสร้างสุขในการทำงาน (Dhamma at Work)” จึงมุ่งเจาะลึกการนำพุทธธรรมมาเป็นเครื่องมือในการทำงานจริง เพื่อให้เกิดความสุขในการทำงานและสร้างผลงานที่มีประสิทธิภาพ

ที่ประชุมได้ตกผลึก ๕ ยุทธศาสตร์พุทธธรรมที่สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและพัฒนาชีวิตการทำงาน ได้แก่ (๑) การสร้างบรรยากาศและสัมพันธภาพในองค์กรด้วย พรหมวิหาร ๔ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) เพื่อให้เกิดความเคารพและปรารถนาดีต่อกัน (๒) การสื่อสารอย่างจริงใจและสร้างสรรค์ด้วย สัมมาวาจา เพื่อลดข้อขัดแย้งและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการทำงาน (๓) การทำงานเป็นทีมและเกื้อกูลกันด้วย สังคหวัตถุ ๔ เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจและสร้างความร่วมมืออย่างมีเอกภาพ (๔) การบริหารความขัดแย้งในที่ทำงานด้วย สาราณียธรรม ๖ เพื่อสร้างความระลึกถึงกัน ความเคารพกัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ (๕) การพัฒนาศักยภาพตนเองเพื่อความสำเร็จในอาชีพด้วย อิทธิบาท ๔ (ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) เพื่อมุ่งมั่นและสร้างสรรค์ผลงานอย่างมืออาชีพ

พระมหาวิทยา อภิชฺชโว และ พระครูปลัดพิชิตชัย ญาณวีโร ได้ร่วมกันให้ข้อคิดสรุปว่า ธรรมะไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่อยู่ในทุกมิติของการดำเนินชีวิตและการทำงาน หากสามารถนำหลักธรรมเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในสถานที่ทำงานได้จริง ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเครียดและแก้ไขปัญหาขัดแย้งได้เท่านั้น แต่ยังช่วยเปลี่ยนสถานที่ทำงานให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ พัฒนาตนเอง และสร้างสุขภาวะที่ดีในการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างยั่งยืน ฯ

 

Scroll to Top