พระสิทธิวัชรบัณฑิต บรรยายอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ ภาคพื้นยุโรป ณ ฟินแลนด์ ชู ภาวนา ๔ พัฒนาศักยภาพสู่เวทีสากล พร้อมกล่าวอนุโมทนาขอบคุณภาคีเครือข่ายข้ามทวีป

วันอาทิตย์ที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๐ น. พระสิทธิวัชรบัณฑิต, ผศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)และประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ ได้เมตตาบรรยายพิเศษ หัวข้อ เรื่อง “ภาวนา ๔ กับการพัฒนาศักยภาพธรรมทูต” ในโครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ในต่างประเทศ ภาคพื้นยุโรป ณ วัดพุทธาราม อัลโลคนเตีย นูรวียารวี ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๙–๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙

พระสิทธิวัชรบัณฑิต ได้กล่าวบรรยายว่า ในนามของวิทยาลัยพระธรรมทูตและกองการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) อาตมาภาพมีความปลื้มปีติอย่างยิ่งที่ได้เห็นพลังแห่งความศรัทธาอันเปี่ยมล้นของพุทธบริษัทสี่ ร่วมกันจุดดวงประทีปแห่งปัญญาให้เจิดจรัสขึ้นอีกครั้ง ณ วัดพุทธาราม ประเทศฟินแลนด์ แห่งนี้

การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในโลกยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ภารกิจของคณะสงฆ์แต่เพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป หากแต่ต้องอาศัย ‘พุทธบริษัทร่วมใจ’ ทุกท่านที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ ที่สละเวลา ข้ามน้ำข้ามทะเลมาประชุมพร้อมกัน ไม่ได้เป็นเพียงผู้ครองเรือนในต่างแดน แต่ท่านคือ ‘สะพานธรรม’ คือ ‘ผู้สืบทอดอายุพระพุทธศาสนา’ และคือ ‘ธรรมทูตคฤหัสถ์’ ผู้ทำหน้าที่นำความสงบเย็นไปสู่หัวใจของผู้คนในเวทีสากลอย่างแท้จริง”

ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นธรรมทูตคฤหัสถ์อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนบนแผ่นดินยุโรปนั้น จำเป็นต้องมีการพัฒนาศักยภาพตนเองอย่างรอบด้าน ผ่านหลักพุทธธรรมสำคัญ นั่นคือ ‘ภาวนา ๔’ หรือการพัฒนาชีวิต ๔ มิติ ดังนี้

(๑) กายภาวนา- การพัฒนาความสัมพันธ์ทางกายภาพ สังคม และนวัตกรรม ธรรมทูตคฤหัสถ์ต้องฉลาดในการสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม เรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิต ค่านิยม และบริบททางวัฒนธรรมของสังคมยุโรปอย่างมีศิลปะ ตลอดจนรู้จักใช้นวัตกรรมดิจิทัล สื่อออนไลน์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เปลี่ยนเครื่องมือในมือให้กลายเป็นช่องทางเผยแผ่ความสุข ความสงบ และคุณค่าทางพุทธศาสนาให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติได้อย่างกว้างขวาง

(๒) ศีลภาวนา- การพัฒนาความประพฤติ ระเบียบชีวิต และเครือข่ายสังคม การวางตนเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม การปฏิบัติตามกฎหมาย เคารพกติกาของประเทศที่อยู่อาศัย ยึดมั่นในสัมมาวาจา และสื่อสารด้วยสังคหวัตถุ ๔ การวางตนที่มีศีลธรรมจะเป็น ‘พลังเงียบ’ ที่สร้างความน่าเชื่อถือ ศรัทธา และเป็นฐานในการถักทอความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์ องค์กรพุทธ ภาครัฐ และเอกชน เพื่อสร้างเครือข่ายภาคีพุทธบริษัทนานาชาติที่เข้มแข็ง

(๓) จิตตภาวนา – การพัฒนาคุณภาพจิตใจให้เข้มแข็งและสงบเย็น การสร้างศูนย์รวมจิตใจที่ไม่หวั่นไหว การใช้ชีวิตและการทำงานเผยแผ่ในต่างแดนย่อมต้องเผชิญกับมรสุมชีวิต แรงกดดัน ความขัดแย้ง หรือความเหงา หากปราศจากจิตตภาวนา จิตใจย่อมสั่นคลอนได้ง่าย การฝึกสมาธิภาวนาและการแผ่พรหมวิหารธรรม (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) จะเป็นเกราะคุ้มกันใจตนเอง และเปลี่ยนเป็นพลังแห่งความสงบเย็นที่ส่งผ่านไปสู่ผู้คนรอบข้าง

(๔) ปัญญาภาวนา -การพัฒนาปัญญา ความเข้าใจธรรม และการประยุกต์ใช้ การเข้าถึงแก่นธรรมและตกผลึกทางปัญญา ธรรมทูตคฤหัสถ์ต้องเข้าใจหลักพุทธธรรมอย่างถูกต้อง ไม่ติดเพียงรูปแบบ แต่สามารถนำธรรมะมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาชีวิตและการทำงาน รู้จักสื่อสารอธิบายหลักธรรมแก่ชาวต่างชาติด้วยภาษาที่เรียบง่าย สมเหตุสมผล และเคารพในความหลากหลายทางความคิด นี่คือพลังอำนาจเชิงพุทธประยุกต์ (Applied Buddhist Soft Power) ที่จะชนะใจผู้คนทั่วโลก”

ความสำเร็จอันงดงามของการจัดโครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ในต่างประเทศ ภาคพื้นยุโรป ครั้งที่ ๖ ในครั้งนี้ จะเกิดขึ้นมิได้เลย หากปราศจากสายสัมพันธ์แห่งบุญและความร่วมมืออันยิ่งใหญ่จากทุกภาคส่วน ในนามของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ อาตมาภาพขอขอบพระคุณและอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง

กราบขอบพระคุณ พระเดชพระคุณ พระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร. อธิการบดี มจร ประธานในพิธี ที่ได้เมตตาให้ทิศทาง นโยบาย และเมตตาอุปถัมภ์โครงการนี้เสมอมา

กราบขอบพระคุณ พระเทพวัชรสารบัณฑิต, รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มจร ที่ได้เมตตามาวางยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนบทบาทธรรมทูตในเวทีสากล

กราบขอบพระคุณ พระราชวชิรศาสนวิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พร้อมด้วยคณะสงฆ์พระธรรมทูตทุกรูป ที่เป็นหลักชัย ต้นแบบแคัญละกำลังสำคัญในการดำเนินการงานอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ ภาคพื้นยุโรป และกราบขอบพระคุณ พระครูศรีญาณวิเทศ เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม ประเทศฟินแลนด์ คณะสงฆ์ และอุบาสกอุบาสิกา ที่ดูแลจัดการทุกเรื่องในการเป็นเจ้าภาพสำคัญทั้งเรื่องสถานที่ ภัตตาหาร และการอำนวยความสะดวกทุกประการอย่างสมบูรณ์ยิ่ง

อนุโมทนา ฯพณฯ วรวุฒิ พงษ์ประภาพันธ์เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ และทีมงานสถานเอกอัครราชทูต ที่ให้การสนับสนุนและปวารณารับใช้คณะสงฆ์ในภารกิจเผยแผ่พุทธศาสนา

ขอบคุณ คุณปรานอม เฮโนเนน ประธานสมาคมชาวพุทธฟิน-ไทยในฟินแลนด์ ตลอดจนผู้แทนสมาคม จิตอาสา และผู้มีจิตอุปถัมภ์จากทุกประเทศ ทั้งนอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส สวีเดน เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก สหรัฐอเมริกา และภาคีเครือข่ายทุกท่าน ที่ร่วมสละกำลังกาย กำลังทรัพย์ และกำลังปัญญา

และขออนุโมทนาขอบคุณหัวใจอันยิ่งใหญ่ของ ‘ผู้เข้ารับการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ รุ่นที่ ๖ ทุกท่าน’ ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือการนำแสงแห่งธรรมไปส่องสว่างในใจตนและสังคม”

…วุฒิบัตรและเกียรติบัตรที่ท่านได้รับในวันนี้ ไม่ใช่เพียงประตราแห่งการจบการอบรม หากแต่คือ ‘พันธสัญญาแห่งศรัทธา’ ที่ท่านได้กระทำไว้ต่อพระรัตนตรัย และต่อโลกใบนี้

ท่ามกลางลมหนาวและท้องฟ้าในทวีปยุโรป ขอให้ท่านจงเป็น ‘ดวงประทีปที่ไม่เคยดับ’ เป็นผู้ให้ความอบอุ่นด้วยเมตตา เป็นผู้ให้ความสว่างไสวด้วยปัญญา และเป็นผู้สร้างสันติสุขด้วยศีลธรรม เมื่อท่านกลับไปยังบ้าน ไปยังวัด หรือไปยังชุมชนของท่าน จงนำหลัก กาย ศีล จิต และปัญญา ไปทำหน้าที่ธรรมทูตด้วยความภาคภูมิใจ ให้สมกับคำว่า ‘ธรรมทูตคฤหัสถ์ – ผู้ทรงเกียรติแห่งพุทธบริษัท’

ในท้ายที่สุดนี้ ด้วยอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และบุญกุศลที่พวกเราได้ร่วมกันรังสรรค์ขึ้นในครั้งนี้ ขอจงอภิบาลรักษาทุกท่าน ให้เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ มีจิตใจที่มั่นคงในธรรม และประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่ธรรมทูตคฤหัสถ์เพื่อพระศาสนาและมวลมนุษยชาติสืบไป ฯ

Scroll to Top