วันเสาร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๓๙ น. พระสิทธิวัชรบัณฑิต, ผศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ ภาคพื้นเอเชีย รุ่นที่ ๒ ได้กล่าวปฏิสันถารต้อนรับภาคีเครือข่ายพระพุทธศาสนา และบรรยายพิเศษ หัวข้อเรื่อง “ภาวะผู้นำเชิงพุทธสำหรับธรรมทูตคฤหัสถ์” (บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ) ณ วัดระฆังญี่ปุ่น เมืองไอกาวา จังหวัดคานากาวา ประเทศญี่ปุ่น
การดำเนินศาสนกิจในครั้งนี้ ได้รับความเมตตาจากพระเถรานุเถระ นำโดย พระราชรัชวิเทศ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในประเทศญี่ปุ่น และพระราชวชิรศาสนวิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ นางสาวณฐา อุดมมงคลกูล กงสุลและที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ตลอดจนคณะธรรมทูตคฤหัสถ์หลากสัญชาติ ทั้งไทย ญี่ปุ่น และอินเดีย เข้าร่วมรับฟังการถ่ายทอดกระบวนทัศน์อย่างพร้อมเพรียง
ภาวะผู้นำเชิงพุทธสำหรับธรรมทูตคฤหัสถ์ พระสิทธิวัชรบัณฑิต ได้กล่าวความหมายโดยภาพรวมว่า หมายถึง การใช้อิทธิพลและบทบาทของชาวพุทธที่เป็นคฤหัสถ์ (ฆราวาส) ในการเป็นผู้นำเพื่อขับเคลื่อนและเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยมีหลักการสำคัญ คือ การบริหารงานด้วยคุณธรรมของผู้นำ (ทศพิธราชธรรม) และเพื่อสร้างความร่วมมือด้วยความเมตตาและปัญญา (พรหมวิหาร ๔) แทนการใช้อำนาจดิบขับเคลื่อน โดยท่านเชื่อมโยงให้เห็นถึงองค์ประกอบ ๓ ส่วนสำคัญตามแนวคิดไตรสิกขา ได้แก่ ๑. มิติศีล (Social Leadership) คือ ความซื่อสัตย์ สุจริต และพฤติกรรมที่เป็นต้นแบบที่ดีทางสังคม ๒. มิติจิตใจหรือสมาธิ (Inner Strength) คือ ความมั่นคงทางอารมณ์ มีสติ รู้เท่าทันปัญหา และพร้อมเสียสละเพื่อส่วนรวม และ ๓. มิติปัญญา (Strategic Wisdom) คือ ความเข้าใจในหลักพุทธธรรมและบริบทโลก สามารถวางยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อปกป้อง ทำนุบำรุง และเผยแผ่ศาสนธรรมได้อย่างสันติและมีประสิทธิภาพในเวทีสากล
นอกจากนี้ ท่านยังได้ถอดรหัสปรัชญาความสำเร็จและขับเคลื่อนแนวคิดเบญจพลังขับเคลื่อน (The 5 Pillars of Global Dhamma Power) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมทางปัญญา (Intellectual Innovation) และกลไกชิ้นสำคัญในการบริหารจัดการศาสนกิจยุคพลิกผัน (Disruption) โดยจำแนกออกเป็น ๕ มิติยุทธศาสตร์ ได้แก่
๑) พลังแห่งเมตตาและกรุณา (Compassion & Kindness) เข็มทิศเชิงจริยศาสตร์ (Ethical Compass) ในการทลายกำแพงแห่งชาติพันธุ์และอคติทางวัฒนธรรม
๒) พลังแห่งปัญญา ความรู้ และข้อมูล (Wisdom & Data Power) อาวุธทางกลยุทธ์ (Strategic Weapon) เพื่อการสื่อสารและเผยแผ่ธรรมในยุคเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี
๓) พลังแห่งมิตรภาพไร้พรมแดน (Borderless Friendship) การถักทอเครือข่ายและสร้างปฏิสัมพันธ์ (Engagement) ของพุทธบริษัทสี่ในระดับสากล
๔) พลังแห่งความสามัคคี (Unity) ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของภาคีเครือข่ายนานาชาติ (International Stakeholders) เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกัน
๕) พลังแห่งบุญ (Merit Power) ทุนทางจิตวิญญาณ (Spiritual Capital) อันเป็นแรงขับเคลื่อนเชิงบวกจากภายในที่บริสุทธิ์
กระบวนทัศน์ทั้ง ๕ ประการนี้ มิใช่เพียงหลักทฤษฎีที่สถิตอยู่ในคัมภีร์ หากแต่คือ ‘พลังอำนาจเชิงพุทธประยุกต์’ (Applied Buddhist Power) ที่หลอมรวมหัวใจของอุบาสกอุบาสิกาหลากสัญชาติ ให้มีเอกภาพ พร้อมก้าวข้ามความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์และวัฒนธรรม เพื่อปักหมุดพระพุทธศาสนาให้หยั่งรากลึกในเวทีโลกอย่างสง่างามและยั่งยืน” พระสิทธิวัชรบัณฑิต กล่าวสรุปในตอนท้าย ฯ








