วันเสาร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ วัดระฆังญี่ปุ่น จังหวัดคานากาวา ประเทศญี่ปุ่น นางสาวณฐา อุดมมงคลกูล กงสุลและที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้รับเกียรติเป็นผู้แทนภาครัฐเข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดโครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ในต่างประเทศ ภาคพื้นเอเชีย รุ่นที่ ๒/๒๕๖๙ โดยมีพระราชรัชวิเทศ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในประเทศญี่ปุ่น และพระสิทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และผู้เข้าอบรมร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง
ในการนี้ นางสาวณฐา ได้แสดงความชื่นชมในความร่วมมือระหว่าง มจร วิทยาลัยพระธรรมทูต สมัชชาสงฆ์ไทยในประเทศญี่ปุ่น สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และวัดระฆังญี่ปุ่น พร้อมทั้งได้สะท้อนมุมมองเชิงลึกในมิติความสัมพันธ์ทางการทูตและศาสนาว่า ประเทศไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยาวนานหลายศตวรรษในทุกมิติ โดยมีความร่วมมือด้านศาสนาเป็นรากฐานสำคัญที่เชื่อมโยงทั้งสองประเทศ แม้จะสืบทอดพระพุทธศาสนาคนละนิกาย แต่ต่างยึดมั่นในหลักธรรมอันเป็นคุณค่าสากลที่ช่วยหล่อหลอมความเข้าใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน และมิตรภาพอันยั่งยืน
ผู้แทนภาครัฐไทยระบุต่อไปว่า ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของคนไทยจำนวนมาก ทั้งผู้ใช้แรงงาน นักเรียน นักศึกษา นักธุรกิจ และครอบครัวที่พำนักอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งสำหรับคนไทยที่อยู่ห่างไกลบ้าน “วัดไทยมิได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ หากยังเป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นสถานที่พบปะของชุมชน แหล่งสืบทอดภาษา ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีไทย ตลอดจนเป็นที่พึ่งพิงในยามทุกข์ยาก”
นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในโลกยุคดิจิทัล นางสาวณฐา ได้ให้ทัศนะสำคัญว่า ภารกิจการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศนั้น มิใช่หน้าที่ของพระธรรมทูตเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพุทธศาสนิกชนคฤหัสถ์ที่มีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรม สามารถประยุกต์ใช้และถ่ายทอดให้แก่คนไทยในต่างแดนคนรุ่นใหม่ รวมถึงชาวต่างชาติได้อย่างเหมาะสมกับบริบทสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนรู้เรื่องธรรมะดิจิทัล การสื่อสาร และการสร้างเครือข่ายผ่านสื่อออนไลน์และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้อย่างกว้างขวางและสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลก
“ดิฉันเชื่อมั่นว่า ผู้ผ่านการอบรมในครั้งนี้จะมิได้เป็นเพียงผู้มีความรู้ด้านพุทธศาสนา หากจะเปรียบเสมือน สะพานแห่งธรรม ที่เชื่อมโยงชุมชนไทยกับสังคมญี่ปุ่น” นางสาวณฐา กล่าวเน้นย้ำ
ในตอนท้าย นางสาวณฐา ได้ระบุถึงจุดยืนของภาครัฐว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการส่งเสริมบทบาทของวัดไทยและคณะสงฆ์ไทยในญี่ปุ่น เนื่องจากมีบทบาทสำคัญในการดูแลสวัสดิภาพของชุมชนไทย ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และสร้างความเข้มแข็งให้แก่สังคมไทยในต่างแดน โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของคณะสงฆ์ไทยและเครือข่ายธรรมทูตคฤหัสถ์อย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันสืบทอดพระพุทธศาสนา และเสริมสร้างมิตรภาพอันยั่งยืนระหว่างไทยกับญี่ปุ่นสืบไป ฯ





