มจร ร่วมกับ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป จัดอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ ณ วัดพุทธธรรม ออสเตรีย มุ่งเสริมพลังพุทธบริษัท ๔ ในต่างแดน

วันเสาร์ที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ร่วมกับ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป และวัดพุทธธรรม เมืองกราซ ประเทศออสเตรีย จัดโครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ในต่างประเทศ ภาคพื้นยุโรป ครั้งที่ ๕ เพื่อสร้างเครือข่ายธรรมทูตภาคประชาชน และส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ พิธีเปิดได้รับเกียรติจากพระราชวชิรศาสนวิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เมตตาเป็นประธานในพิธี และบรรยายพิเศษ หัวข้อ เรื่อง “ความเป็นมาและความสำคัญของธรรมทูตคฤหัสถ์ในต่างประเทศ” การนี้มี รองศาสตราจารย์ ดร. สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป มจร และรองประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ เปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระมหาวิทยา อภิชฺชโว ป.ธ. ๙ เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม เมืองกราซ ประเทศออสเตรีย ถวายรายงานต่อประธานว่าการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างแดน มุ่งเน้นการส่งเสริมการปฏิบัติธรรม การเรียนรู้คำสอน และการนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของพุทธศาสนิกชนที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ การสัญจรมาจัดที่วัดพุทธธรรมในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเดินทางเปลี่ยนสถานที่ แต่คือการเดินทางด้วยศรัทธาเพื่อสร้าง “สะพานแห่งธรรม” เชื่อมโยงพุทธศาสนิกชน พระสงฆ์ และชุมชนชาวพุทธ ให้ได้พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันสืบทอดศาสนา โดยเฉพาะบทบาท “ธรรมทูตคฤหัสถ์” จึงถือเป็นกำลังสำคัญในการนำธรรมะมาปฏิบัติจริง เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตด้วยสติ ปัญญา เมตตา และความเสียสละ เพื่อขับเคลื่อนความเข้มแข็งของชุมชนชาวพุทธในต่างแดน

พระราชวชิรศาสนวิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ท่านกล่าวเปิดงานโดยชี้ให้เห็นถึงความเป็นมาและความสำคัญของธรรมทูตคฤหัสถ์ในต่างประเทศ โดยเน้นย้ำว่า การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในยุโรปจะหยั่งรากลึกได้อย่างมั่นคง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับภาระหน้าที่ของพระสงฆ์เพียงฝ่ายเดียว หากแต่ต้องอาศัย “ธรรมทูตคฤหัสถ์” ผู้เป็นดั่งสะพานเชื่อมศรัทธาและหัวใจสำคัญในการสืบทอดพระศาสนา

การบรรยายครั้งนี้ได้จุดประกายพลังใจให้พุทธศาสนิกชนตระหนักว่า ทุกคนคือผู้รับไม้ต่อทางจิตวิญญาณ ที่สามารถเผยแผ่ธรรมะผ่านการกระทำจริง ด้วยการดำเนินชีวิตด้วยสติ ปัญญา เมตตา และความเสียสละ เปลี่ยนทุกมิติในชีวิตประจำวันบนแผ่นดินต่างแดนให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการสร้างบารมี เพื่อร่วมกันปักหลักและส่งต่อแสงสว่างแห่งพุทธธรรมให้ยั่งยืนบนโลกสากล กล่าวสรุปในตอนท้าย

ด้าน พระสิทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มจร และประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ ได้กล่าวขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยชี้ให้เห็นว่า การขับเคลื่อนงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ จำเป็นต้องอาศัยการเสริมสร้างพลังสำคัญ ๕ ประการ ได้แก่ (๑) พลังแห่งเมตตาและกรุณา ในฐานะเข็มทิศเชิงจริยศาสตร์เพื่อทลายกำแพงแห่งชาติพันธุ์และอคติทางวัฒนธรรม (๒) พลังแห่งปัญญา ความรู้ และข้อมูล อันเป็นอาวุธทางกลยุทธ์ในการสื่อสารธรรมยุคดิจิทัล (๓) พลังแห่งมิตรภาพไร้พรมแดน เพื่อถักทอเครือข่ายพุทธบริษัทสี่ระดับสากล (๔) พลังแห่งความสามัคคี ที่รวมใจภาคีเครือข่ายนานาชาติเป็นหนึ่งเดียว และ (๕) พลังแห่งบุญ อันเป็นทุนทางจิตวิญญาณที่สร้างแรงขับเคลื่อนเชิงบวกจากภายใน

หลังจากนั้น ได้รับเมตตาจากพระครูศรีญาณวิเทศ (หลวงพ่อนวล) ประธานสงฆ์ วัดไทยพุทธาราม เมืองนูรวีรยวี ประเทศฟินแลนด์ และพระครูเมธีชยาภิวัฒน์ (หลวงพ่อไพทูล) เจ้าอาวาสวัดจอมสุดาราม กรุงเทพมหานครและวัดสันติวราราม เยอรมนี เมตตาปรารภธรรมให้กำลังใจผู้เข้ารับการอบรม หลังจากนั้นได้มีการบันทึกภาพและใส่บาตรพระธรรมทูตร่วมกันในตอนเช้า ฯ

Scroll to Top