วันเสาร์ที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. รองศาสตราจารย์ ดร. สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) บรรยาย เรื่อง “บทบาทธรรมทูตคฤหัสถ์กับการส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระธรรมทูตในต่างประเทศ” ท่านบรรยาย โดยกล่าวถึงบทบาทของ มจร กับการทำงานสนองงานคณะสงฆ์อย่างมั่นคง ผ่านการสร้างศาสนทายาทและการขับเคลื่อนงานธรรมทูตทั้งมิติบรรพชิตและคฤหัสถ์ เพื่อเผยแผ่พุทธธรรมในต่างประเทศ
ท่านได้กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์รัชกาลที่ ๕ พระองค์ผู้ทรงสถาปนา “มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย” ขึ้นเพื่อเป็นสถาบันการศึกษาพระไตรปิฎกและวิชาการชั้นสูงสำหรับพระภิกษุสามเณร ทรงวางรากฐานให้พุทธศาสนามีสถาบันการศึกษาสมัยใหม่ที่สามารถผลิตบุคลากรทางศาสนาให้มีความรอบรู้ทั้งทางธรรมและทางโลก พร้อมสนองงานคณะสงฆ์ในการปกป้อง พัฒนา และเผยแผ่พระศาสนาให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกสากล
ท่านได้กล่าวถึงคุณูปการและความยิ่งใหญ่ของงานพระธรรมทูต โดยชี้ให้เห็นว่า ภารกิจพระธรรมทูตมีรากฐานมาจากพุทธบัญญัติเมื่อครั้งทรงส่งพระอรหันต์ ๖๐ รูปแรกออกเผยแผ่ธรรม ด้วยพุทธดำรัสว่า “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ” (พวกเธอจงเที่ยวจาริกไปเพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มาก) คุณูปการของพระธรรมทูตจึงยิ่งใหญ่ในฐานะ “ผู้เปิดประตูธรรม” ทลายกำแพงภาษา วัฒนธรรม และนำพาความสงบร่มเย็นไปปักหลักในจิตใจของผู้คนทุกชาติพันธุ์ทั่วโลก
ตัวอย่างธรรมทูตคฤหัสถ์ในสมัยพุทธกาล เสาหลักแห่งศรัทธา อาทิ พระเจ้าปเสนทิโกศล พระองค์ทรงเป็นมหาธรรมทูตฝ่ายปกครอง ผู้ใช้พระราชอำนาจและทศพิธราชธรรมค้ำจุนสังฆมณฑล สร้างความมั่นคงและเปิดทางให้พระพุทธศาสนาแผ่ขยายทั่วแคว้นโกศล และอนาถบิณฑิกเศรษฐี ยอดมหาอุบาสกผู้ใช้อริยทรัพย์และโภคทรัพย์สร้างวัดพระเชตวัน ยืนหยัดอุปถัมภ์พระศาสนาด้วยความเลื่อมใสอันไม่คลอนแคลน เป็นแบบอย่างของคฤหัสถ์ผู้ใช้ชีวิตการทำงานเพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
คุณสมบัติของธรรมทูตคฤหัสถ์อย่างน้อยมีคุณสมบัติหลัก ๓ ประการ (๑) ทาน การสละทรัพย์ กำลังกาย และสติปัญญา เพื่ออุปถัมภ์งานเผยแผ่และเกื้อกูลสังคมพหุวัฒนธรรม (๒) ศีล การดำรงตนในความประพฤติที่สุจริต เป็นเข็มทิศจริยธรรมที่สร้างความไว้วางใจและเป็นแบบอย่างแก่คนรอบข้าง (๓) ภาวนา การฝึกอบรมจิตใจด้วยสติและปัญญา เกิดเป็นพลังทางจิตวิญญาณที่สงบเย็น นำพาผู้คนก้าวผ่านวิกฤตชีวิต
ในช่วงท้ายท่านได้กล่าวถึงบทบาทของ มจร ในการพัฒนากระบวนการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ จึงเป็นการสานต่อพระราชปณิธานของรัชกาลที่ ๕ และเชื่อมโยงพุทธประเพณีจากสมัยพุทธกาล เพื่อยกระดับพุทธศาสนิกชนจากการเป็นเพียง “ผู้สนับสนุน” ให้ก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้ร่วมขับเคลื่อน” พระศาสนาและสร้างสันติสุขให้แก่โลกยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง ท่านกล่าวสรุปย้ำในตอนท้าย ฯ








