วันเสาร์ที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๓๐ น. พระครูสุตรัตนบัณฑิต ผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต มจร เป็นวิทยากรร่วมเสวนาวิชาการ เรื่อง “ก้าวข้ามพรมแดน เส้นทางธรรมทูตไทยในต่างประเทศ โครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ในต่างประเทศ ภาคพื้นเอเชีย ครั้งที่ ๔ ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน
เวทีเสวนาดังกล่าวได้รับเกียรติจากวิทยากรร่วมถ่ายทอดมุมมองและแนวทางการทำงาน ประกอบด้วย (๑) พระครูสุตรัตนบัณฑิต ผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต มจร (๒) พระมหากฤษณ กิตฺติภทฺโท ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาลัยพระธรรมทูต มจร (๓) คุณวราภรณ์ ฐานะโชติพันธ์ ผู้แทนธรรมทูตคฤหัสถ์ (๔) คุณปารีนา สีดาคุณ (เตย) ผู้แทนธรรมทูตคฤหัสถ์ ดำเนินรายการโดย นายกิตติ์ธีธัช ดำรงเลิศวรกุล ผู้แทนธรรมทูตคฤหัสถ์ฮ่องกง
พระครูสุตรัตนบัณฑิต กล่าวว่า การเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน มิใช่เพียงการส่งผ่านคำสอน สำคัญคือการวางรากฐานทางปัญญาให้เข้มแข็งผ่าน ๔ เสาหลัก (๑) ศึกษาถูกต้อง เพื่อเข้าถึงแก่นแท้แห่งพระธรรม (๒) ปฏิบัติถูกต้อง เพื่อประจักษ์แจ้งในผลแห่งการฝึกตน (๓) เผยแผ่ถูกต้อง เพื่อนำแสงสว่างเกื้อกูลแก่เพื่อนมนุษย์ และ (๔) ปกป้องถูกต้อง เพื่อดำรงคงไว้ซึ่งพระธรรมวินัย โดยมี พระไตรปิฎก เป็นดั่งเข็มทิศและขุมทรัพย์ปัญญาอันสูงสุด การตระหนักรู้ในคุณค่าของคัมภีร์ คือการจุดประทีปในใจตนที่พร้อมจะหล่อเลี้ยงศรัทธาด้วยปัญญา กำหนดทิศทางอย่างมั่นคง และขับเคลื่อนเป้าหมายแห่งการเผยแผ่ให้บรรลุผลอย่างแท้จริง ท่านกล่าวในตอนท้าย
พระมหากฤษณ กิตฺติภทฺโท ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาลัยพระธรรมทูต มจร กล่าวว่า งานพระธรรมทูตในต่างแดน มิใช่งานแห่งยศตำแหน่ง หากคือ การอุทิศตนอันไร้ขอบเขต จากการได้ติดตามปฏิบัติงานข้างกายรองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ และผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต ทำให้ตระหนักอย่างลึกซึ้งว่า แสงสว่างแห่งพระธรรมที่ส่องไกลไปทั่วโลกนั้น
มิได้เกิดขึ้นจากคำพูด หากแต่ขับเคลื่อนด้วยรอยเท้าแห่งความทุ่มเทและหัวใจที่พร้อมเสียสละอย่างแท้จริงการเผยแผ่พระศาสนาในระดับสากลต้องก้าวข้ามทั้งความแตกต่างทางภาษา วัฒนธรรม และอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ แต่สิ่งที่สามารถทลายทุกพรมแดนลงได้ คือ มโนปณิธานอันมั่นคง และจิตวิญญาณแห่งผู้ให้ แบบอย่างแห่งการทำงานหนักโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยของผู้บริหารและพระมหาเถระ คือ คัมภีร์ที่มีชีวิต ที่ย้ำเตือนเราว่า พระธรรมทูตไม่ได้เป็นเพียงผู้ส่งผ่านสารแห่งธรรม แต่ต้องเป็นแบกรับความท้าทาย เป็นผู้จุดประทีปแห่งปัญญา และเป็นสะพานเชื่อมศรัทธาเพื่อนำความสงบเย็นไปสู่หัวใจของชาวโลกอย่างแท้จริง พระมกากฤษณ กล่าวสรุปท้าย
คุณวราภรณ์ ฐานะโชติพันธ์ ผู้แทนธรรมทูตคฤหัสถ์ / นักธุรกิจ ท่านได้สะท้อนมุมมองว่า จุดเริ่มต้นของการเข้ามาเป็นธรรมทูตคฤหัสถ์ มิได้มาจากบทบาทในโลกธุรกิจ หากแต่เริ่มต้นจาก ‘พลังแห่งศรัทธา’ ที่เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง เมื่อได้เห็นถึงความตั้งใจ เสียสละและการทำงานหนักอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยของคณะพระธรรมทูต ท่ามกลางความท้าทายในต่างแดน พระสงฆ์มิได้เพียงทำหน้าที่สอนธรรม แต่ท่านคือศูนย์รวมใจที่สร้างความอบอุ่นและนำแสงสว่างมาสู่ชุมชนไทยในต่างประเทศ
ในฐานะนักธุรกิจและคฤหัสถ์ จึงตั้งมั่นที่จะนำศักยภาพ ทรัพยากร และประสบการณ์ที่มีมาประสานพลังร่วมกับคณะสงฆ์ เพื่อช่วยขับเคลื่อนงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ก้าวไกล
เพราะเชื่อมั่นว่า ‘ความสำเร็จของการเผยแผ่ธรรมะในยุคปัจจุบัน’ ต้องอาศัยการเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างเข้มแข็ง ทั้งศรัทธาฝ่ายสงฆ์และพลังสนับสนุนจากฝ่ายคฤหัสถ์ คุณวราภรณ์ ฐานะโชติพันธ์ กล่าวเน้นย้ำในตอนท้าย
คุณปารีนา สีดาคุณ (เตย) กล่าวว่า การได้สัมผัสธรรมะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ คือ ‘ความรู้สึกสนุกและมีชีวิตชีวา’ ในการฟังธรรมจนนำไปสู่ความหลงใหลในการศึกษา ‘พระไตรปิฎก’ อย่างลึกซึ้ง และพบว่าธรรมะไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเป็นเรื่องคร่ำครึเลยแม้แต่น้อยหากแต่เป็นเข็มทิศชีวิตที่ทันสมัย และตอบโจทย์ผู้คนในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง ด้วยความตั้งใจที่อยากให้ธรรมะอันทรงคุณค่านี้เข้าถึงหัวใจของคนทั่วไปได้อย่างง่ายดาย จึงนำความเชี่ยวชาญมารับบทบาทธรรมทูตคฤหัสถ์ผ่าน ‘พื้นที่ออนไลน์’ ย่อยเรื่องราวในคัมภีร์และหลักธรรมให้เข้าใจง่าย สนุก และร่วมสมัยเพราะเชื่อว่า ‘เมื่อธรรมะเดินทางเข้าสู่โลกออนไลน์อย่างถูกวิธี’ แสงสว่างแห่งปัญญาก็พร้อมจะส่องสว่างถึงผู้คนทุกกลุ่มเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส คุณปารีนา สีดาคุณ (เตย) กล่าวทิ้งท้าย
ตลอดการเสวนา ดำเนินรายการโดย นายกิตติ์ธีธัช ดำรงเลิศวรกุล ผู้แทนธรรมทูตคฤหัสถ์ฮ่องกง ซึ่งได้ชวนคุยในประเด็นที่เจาะลึก ถอดบทเรียนจากการทำงานจริงในพื้นที่ และสรุปแนวทางการขับเคลื่อนงานธรรมทูตภาคประชาชน อันจะเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาเครือข่ายธรรมทูตคฤหัสถ์ในภูมิภาคเอเชียต่อไป ฯ





