วันเสาร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. พระสิทธิวัชรบัณฑิต, ผศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “สามไตรกับการพัฒนาศักยภาพธรรมทูตคฤหัสถ์” ในโครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ในต่างประเทศ ภาคพื้นยุโรป ครั้งที่ ๖ ณ วัดพุทธาราม อัลโลคนเตีย นูรวียารวี ประเทศฟินแลนด์ โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมเพื่อยกระดับบทบาทของคฤหัสถ์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในบริบทต่างวัฒนธรรม
พระสิทธิวัชรบัณฑิต ได้อธิบายถึงการบูรณาการหลัก “สามไตร” เพื่อใช้เป็นหมุดหมายและเครื่องมือในการปฏิบัติงานของธรรมทูตคฤหัสถ์ ประกอบด้วย
๑. ไตรแรก คือ พระรัตนตรัย (Triple Gem) ทำหน้าที่เป็น “อุดมการณ์และจุดมุ่งหมายสูงสุด” (Ultimate Goal) การยึดมั่นในพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ มิใช่เพียงการเคารพบูชาเชิงพิธีกรรม แต่คือการใช้พระรัตนตรัยเป็นศูนย์รวมใจ ศรีกรอบศีลธรรม และเข็มทิศในการทำหน้าที่สื่อสารสัจธรรมแก่โลกสากล
๒. ไตรที่สอง คือ ไตรสิกขา (Threefold Training) ทำหน้าที่เป็น “กระบวนการฝึกหัดและพัฒนาตน” (Developmental Process) ประกอบด้วย ศีล (จริยธรรมและการควบคุมพฤติกรรมทางสังคม) สมาธิ (การพัฒนาจิตใจให้มีตั้งมั่น มั่นคง และมีสุขภาวะทางจิต) และ ปัญญา (การรู้แจ้งและการแก้ปัญหาด้วยเหตุผล) ซึ่งเป็นคุณสมบัติจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ปฏิบัติงานในต่างประเทศ
๓. ไตรที่สาม คือ ไตรลักษณะ (Three Characteristics) ทำหน้าที่เป็น “กรอบการมองโลกและชีวิตตามความเป็นจริง” (Worldview)การเข้าใจหลัก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ช่วยให้ธรรมทูตคฤหัสถ์มีความยืดหยุ่น เท่าทันความเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ทำให้สามารถวางใจและปรับตัวในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีสติ
กระบวนการลงมือปฏิบัติ เป็นการพัฒนาตนตามหลัก “ภาวนา ๔” เพื่อนำหลักสามไตรไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม การพัฒนาศักยภาพของธรรมทูตคฤหัสถ์จึงต้องดำเนินผ่านกระบวนการ ภาวนา ๔ (Fourfold Development) ซึ่งเป็นการพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน (๑) กายภาวนา (Physical Development) การพัฒนากายสัมพันธ์และพฤติกรรมภายนอก รวมถึงการวางตนที่เหมาะสม การดูแลสุขภาวะทางกาย และการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการใช้สื่อเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างชาญฉลาดเพื่อการเผยแผ่ (๒) ศีลภาวนา (Moral Development) การพัฒนาระเบียบวินัย ความรับผิดชอบต่อสังคม การสื่อสารด้วยสัมมาวาจา และการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับองค์กรภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชนในต่างประเทศ (๓)จิตตภาวนา (Emotional & Mental Development) การฝึกฝนจิตใจให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง มีสมาธิ และเปี่ยมด้วยพรหมวิหารธรรม (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)เพื่อรับมือกับสภาวะความกดดันและความขัดแย้งในการทำงานต่างดินแดน (๔)ปัญญาภาวนา (Intellectual Development)การพัฒนาปัญญาความรู้เท่าทัน สัมมาทิฏฐิ การวิเคราะห์สถานการณ์ และการประยุกต์ใช้พุทธนวัตกรรมในการแก้ปัญหาชีวิตและการทำงานอย่างยั่งยืน
การขับเคลื่อนงานธรรมทูตในยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องอาศัยการผนึกกำลังของพุทธบริษัท ๔ โดยเฉพาะ “ธรรมทูตคฤหัสถ์” ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในภาคประชาชน การนำหลัก สามไตร มาเป็นฐานคิด และใช้ ภาวนา ๔ เป็นกระบวนการพัฒนาตน จะช่วยยกระดับธรรมทูตคฤหัสถ์ให้มีทั้งความรู้ ความเข้าใจ และความเข้มแข็งทางจิตวิญญาณ พร้อมที่จะเป็นสะพานเชื่อมธรรมะสู่สังคมสากลได้อย่างทรงประสิทธิภาพและยั่งยืน พระสิทธิวัชรบัณฑิต กล่าวสรุปในตอนท้าย ฯ








