กิจกรรม

รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ นำพระสงฆ์เดินบิณฑบาตและอำนวยพรญาติโยม ประเทศญี่ปุ่น

วันอาทิตย์ที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๖.๓๐ น. พระสิทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ ภาคพื้นเอเชีย รุ่นที่ ๒ ได้นำพระสงฆ์เดินบิณฑบาตและอำนวยพรญาติโยมเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พระสิทธิวัชรบัณฑิต ได้นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่วิทยาลัยพระธรรมทูต กองวิเทศสัมพันธ์ ศูนย์อินเดียศึกษา และศูนย์อาเซียนศึกษา มจร ปฏิบัติศาสนกิจจัดโครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ภาคพื้นเอเชีย ครั้งที่ ๒ ณ วัดระฆังญี่ปุ่น มหานครโตเกียว วันที่ ๑๑-๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เพื่อเสริมสร้างพลังสำคัญ ๕ ประการ กล่าวคือ ๑) พลังแห่งเมตตาและกรุณา (Compassion & Kindness) เข็มทิศเชิงจริยศาสตร์ (Ethical Compass) ในการทลายกำแพงแห่งชาติพันธุ์และอคติทางวัฒนธรรม ๒) พลังแห่งปัญญา ความรู้ และข้อมูล (Wisdom & Data …

รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ นำพระสงฆ์เดินบิณฑบาตและอำนวยพรญาติโยม ประเทศญี่ปุ่น Read More »

งดงามตระการธรรม ธรรมทูตคฤหัสถ์ รุ่น ๒ เดินธรรมยาตราเจริญสติ สร้างพลังศรัทธาท้องถิ่น

วันเสาร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๗.๐๐ น. พระสิทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้ปฏิบัติศาสนกิจร่วมกับ พระราชวชิรศาสนวิเทศ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในการเป็นประธานร่วมนำคณะธรรมทูตสายต่างประเทศ พระวิทยากร และผู้เข้ารับการอบรมหลากสัญชาติ ร่วมกันประกอบพิธี “เดินเจริญสติและธรรมยาตรา” ณ พื้นที่บริเวณด้านหลังวัดระฆังญี่ปุ่น เมืองไอกาวา จังหวัดคานากาวา ประเทศญี่ปุ่น การเดินเจริญสติและธรรมยาตรา ถือเป็นการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมถึงการประยุกต์ใช้ศาสนธรรมสู่การปฏิบัติจริงในวิถีชีวิต หรือแนวคิด “พุทธศาสนาเพื่อสังคม” (Engaged Buddhism) ซึ่งการเคลื่อนไหวอย่างสงบและเปี่ยมด้วยสมาธิของคณะสงฆ์และธรรมทูตคฤหัสถ์ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของจังหวัดคานากาวา ได้ก่อให้เกิดภาพลักษณ์อันงดงาม ละเมียดละไม และสร้างความเลื่อมใสศรัทธาให้แก่ชุมชนท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่นที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง การฝึกภาคปฏิบัตินี้ คือการประยุกต์ไตรสิกขาเพื่อสร้างพลังทางสังคม (Social Capital) ที่แข็งแกร่ง นำไปสู่การสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาและเผยแผ่พุทธศาสนาในระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนสืบไป ฯ

ผู้อำนวยวิทยาลัยพระธรรมทูต มจร นำกระบวนการกลุ่มระดมสมอง “ธรรมทูตคฤหัสถ์” มุ่งเป้าขับเคลื่อน-ปกป้อง และส่งเสริมพระพุทธศาสนา ผ่านมิติ ไตรสิกขา

วันเสาร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๙ น. พระครูสุตรัตนบัณฑิต, ดร. ผู้อํานวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต มจร เป็นผู้นำกระบวนการกลุ่ม (Facilitator) ในการจัดการความรู้และระดมความคิดเห็นทางวิชาการ โดยใช้วิธีการแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็น ๔ กลุ่ม เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ตามกรอบแนวคิด “ไตรสิกขา” (ศีล สมาธิ ปัญญา) สู่การปฏิบัติงานจริงในต่างแดน ๔ กลุ่ม โดยมีพระธรรมทูตสายต่างประเทศและนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นวิทยากรประจำกลุ่มเพื่อให้คำแนะนำ ดังนี้ กลุ่มที่ ๑ มิติ “ศีล” การเป็นคนดีในมุมมองของพระพุทธศาสนา การประยุกต์ใช้หลักศีลธรรมในบริบทสังคมร่วมสมัย เพื่อสร้างรากฐานความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยมี พระครูโฆสาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดระฆังญี่ปุ่น, พระมหากฤษณ กิตฺติภทฺโท ผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาลัยพระธรรมทูต และ พระใบฎีกาเจนณรงค์ ชินสุโภ วัดระฆังญี่ปุ่น เป็นวิทยากรกลุ่ม กลุ่มที่ ๒ มิติ “สมาธิ” บทบาทธรรมทูตคฤหัสถ์กับการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา การมีส่วนร่วมของพุทธบริษัท ๔ ในการอุปถัมภ์และบริหารจัดการศาสนสถานในต่างประเทศให้มั่นคง โดยมี …

ผู้อำนวยวิทยาลัยพระธรรมทูต มจร นำกระบวนการกลุ่มระดมสมอง “ธรรมทูตคฤหัสถ์” มุ่งเป้าขับเคลื่อน-ปกป้อง และส่งเสริมพระพุทธศาสนา ผ่านมิติ ไตรสิกขา Read More »

พระราชวชิรศาสนวิเทศ บรรยายธรรมทูตคฤหัสถ์ ภาคพื้นเอเชีย รุ่น ๒ ย้ำพระสงฆ์เป็นผู้หว่านเมล็ดพันธุ์ แต่อุบาสกอุบาสิกาคือผู้พรวนดินให้หยั่งราก

วันเสาร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๙ น. พระราชวชิรศาสนวิเทศ ในฐานะพระมหาเถระผู้ริเริ่มโครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ในต่างประเทศรูปแรก การอบรมที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ท่านได้เมตตาเดินทางมาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ความเป็นมาและความสำคัญของธรรมทูตคฤหัสถ์” โดยท่านได้กล่าวผ่านประสบการณ์จากการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในทวีปยุโรปมาหลายทศวรรษ โดยท่านได้กล่าวสดุดีและยกย่องบทบาทของอุบาสกอุบาสิกาในต่างแดนด้วยถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยความเมตตา ท่านกล่าวว่า หน้าที่ของพระสงฆ์คือการนำเมล็ดพันธุ์แห่งพุทธธรรมไปหว่านลงในใจของผู้คน แต่หน้าที่อันยิ่งใหญ่ของธรรมทูตคฤหัสถ์ คือการเป็นผู้พรวนดิน รดน้ำ และดูแลให้เมล็ดพันธุ์นั้นหยั่งรากลึกจนกลายเป็นร่มไม้ใหญ่ในใจของชาวต่างชาติ ความอัศจรรย์ของพระพุทธศาสนาในต่างแดนไม่ได้เกิดจากจีวรเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากมือของอุบาสกอุบาสิกาทุกคนที่ประคองพระศาสนาไว้ด้วยความศรัทธา นอกจากนี้ ท่านยังได้ชี้ให้เห็นถึงโครงสร้างเชิงยุทธศาสตร์ที่เปลี่ยนผ่านจากยุโรปสู่เอเชียว่า ในการเผยแผ่ยุคปัจจุบัน พระธรรมทูตและคฤหัสถ์ต้องทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน หากไม่มีความเสียสละของอุบาสกอุบาสิกา วัดไทยในต่างประเทศก็เป็นเพียงอาคารเปล่า ๆ คฤหัสถ์ต่างหากที่เป็นลมหายใจ และเป็นเสาค้ำจุนศาสนจักรให้คงอยู่ได้อย่างสง่างามในต่างแดน การบรรยายในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงวิสัยทัศน์อันยาวไกลของพระราชวชิรศาสนวิเทศ ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ หากแต่ยังเป็นการส่งต่อแนวคิดและ “พิมพ์เขียวความสำเร็จ” จากทวีปยุโรปมาสู่ภาคพื้นเอเชีย เพื่อยกระดับบทบาทของคฤหัสถ์หลากสัญชาติ ทั้งไทย ญี่ปุ่น และอินเดีย จากการเป็นเพียงผู้รับปฏิคม สู่การเป็น “ยอดขุนพลผู้ปิดทองหลังพระ” ที่พร้อมขับเคลื่อนและปักหมุดพระพุทธศาสนาให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลกสืบไป ฯ

Scroll to Top